วันอังคารที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2551

:: ส่ ง ท้ า ย ปี เ ก่ า + เ กื อ บ เ ม า + ย้ า ย บ้ า น ::

.

.

ทำงานวันสุดท้ายแล้ว

มาส่งท้ายปีเก่า 2008

ปีนี้ ... ก็เหมือนปีที่ผ่าน ๆ มา

มีเรื่องราวหลายอย่างเกิดขึ้นมากมาย

ครบทุกอารมณ์ ครบทุกรสชาติ

แล้วก็เหมือนเดิม อีกอย่าง

แพลนที่วางไว้ตั้งแต่ปีก่อนหน้า .. ไม่ได้ทำ

ไม่ได้จะอ้างว่าไม่มีเวลารึว่าไม่ว่าง

แต่มัน ... ไม่ได้ทำ .... เจ๊ท ... ตะม่อน

.

.

ที่รักส์เลี้ยงปีใหม่ที่ทำงานเรียบร้อยไป

ปิดปีใหม่ตั้งกะอาทิตย์ที่แล้ว

เมื่อวันศุกร์ .. กลับถึงบ้านทุ่มกว่า ๆ

แพ็คโน่นนี่รอนู๋ม๊ดส์กลับจากงานเลี้ยง

กะว่าเราทำทุกอย่างให้เสร็จจะได้รีบนอนแต่หัวค่ำ

เพราะวันเสาร์ ... มีคิวย้ายห้องใหม่ ฉลองปีใหม่

3 ทุ่มครึ่ง ....

" ตะเอง ... แต่งตัวแล้วลงมารอข้างล่างนะ เดี๋ยวไปต่อกะเพื่อนที่ทำงานเค้า "

" เร็ว ๆ นะคะ .. "

รวมแล้ว 10 ชีวิต พากันไปถล่มร้านแถวบ้าน

ไปยืน ๆ เบียด ๆ กัน ... แล้วก็ดีด ๆ ๆ

กว่าจะได้ฤกษ์ถอนทัพกลับบ้านกันประมาณ ตี 2 กว่า ๆ

เกือบเมา .. ไม่กล้ากินเยอะกัวไม่ได้ย้ายบ้าน

กลับมาถึงไม่มีกุญแจเข้าห้องอีก ...

เกือบตี 3 .. แหกปากตะโกนเรียกพี่คนดูแลหอ

ดีนะ ... เค้าไม่ด่าเอา

กว่าจะได้นอนเกือบเช้า

ตื่นมาเกือบ 8 โมง สภาพ .. หัวฟู หูอื้อ ตาปรือ

ประสาททั้ง 5 ทำงานได้ 20%

นัดรถขนของ 9 โมงครึ่ง ... ลุงมา 10.45 น.

4 - 5 ชีวิต ทยอยวิ่งขึ้นวิ่งลงขนของจากชั้น 4 ลงมาขึ้นรถลุง

..... ไม่มีลิฟท์ .....

ลำพังขนของวิ่งขึ้นลงก็เหนื่อยแล้ว ..

นี่ให้คนเมาแบกตู้ ... แบกลัง .. วิ่งขึ้นลงบันได

ขนลงเสร็จแล้ว ... ไปห้องใหม่

ขนขึ้นอีก .. ชั้น 7 ..... แต่อันนี้มีลิฟท์

กว่าจะจัดของทำทุกอย่างเสร็จสิ้น เกือบบ่าย 3

แทบจะทรุดลงไปกองกับสัมภาระ

แต่ก็มีความสุขในที่สุดก็ได้ที่ ๆ ถูกใจซะที

ห้องสีชมพูแปร๋น .. ม่านสีชมพู

อ่างล้างจานสีชมพู ตู้เสื้อผ้าสีชมพู ห้องน้ำสีชมพู

ตกเย็นไปนั่งร้าน โคขุน ตรงอ่อนนุช กะครอบครัวพี่ไซอิ๋ว

(ลืมเล่านิดนึง .. ตอนนี้ย้ายครอบครัวมาอยู่ตึกเดียวกันเลยคับ)

ใครที่ชอบทานเนื้อแนะนำเลย ... สันในกะทะร้อน

อร่อยโคตรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรร !!!

เสียดายที่เค้าน่าจะทำน้ำจิ้มสูตรเฉพาะมากกว่าที่จะใช้ซอสมะเขือเทศ

แต่ .. ก็อร่อยอยู่

ขอบคุณพี่ไซกับน้องตูนสำหรับมื้ออร่อยส่งท้ายปีนี้นะครับ

ต่อจากดินเนอร์ก็ไปช็อปของเข้าบ้านที่โลตัสแถว ๆ นั้น

ก่อนที่ทั้งพี่ชายและน้องสาวจะออกเดินทางตอนเที่ยงคืน

บ้านพี่ไซซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่เยอะแยะ

ส่วนบ้านโอนั้น ... ของรับประทานล้วน ๆ คับ

5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 +

ป่านนี้ทั้งคู่คงจะถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ

เจอกันอีกทีปีหน้าเลยเนาะ ..... อิ อิ

.

.

.

ตกกลางคืนหลับเป็นตาย ..... ไม่ทันให้เนื้อได้ย่อยเลย

เหนื่อยมากกกกกกกกกกกกก ... เหนื่อยโคตรรรรรรรรรรรรรรรรรร

ดีที่ตัดสินใจย้ายวันเสาร์ วันอาทิตย์ยังพอให้มีเวลาพัก

ได้ไปเดินซื้อของเข้าบ้านนิด ๆ หน่อย ๆ

ได้ผ้าห่มนวมก๊อซซิลล่าสีเขียว กะ ชุดผ้าปูเตียง 1 ชุด

กะทะไฟฟ้าไว้ให้ลูกมู๋ทำกับข้าวหร่อย ๆ ให้กิน

ได้เตาอบมาด้วย .. แต่อันนี้อ้วนจับฉลากมา

ได้ลำโพงอีกหนึ่งอัน ม๊าบอกว่าซื้อให้เป็นของขวัญปีใหม่

เบ็ดเสร็จ ... ทำให้เดือนนี้ ห้ามมีธุระออกนอกบ้านอีกแล้วครับท่าน

เอาเนอะ .. เงินไปเที่ยวเดี๋ยวก็มา

ของนอกกายไม่ตายเดี๋ยวก็หาได้อีก ... 5 5 5 5 5 +

ความจริงอยากมีรูปลงด้วย .. แต่ว่า ยังไม่ได้ถ่ายเลย

มีแต่รูปตอนยังไม่มีเฟอร์นิเจอร์ไม่สวย ...

ไว้ปีหน้า .. ค่อยมาอัพใหม่ละกัน

.

.

ยาวนะวันนี้ ... ไปดีกว่า

Happy New Year ทุกคนคับ

ขอให้มีความสุขมาก ๆ

คนที่เดินทางก็ขอให้ปลอดภัย

สะสมพลังงานเอาไว้รับมือกับปีหน้าฟ้าใหม่

คิดอะไรขอให้สมหวังกันทุกคนนะคร้าบบบบบบบบ

แฮปปี้ ปี้ ปี้ ปี้ ปี้ ปี้ ปี้ ปี้ ปี้ นิว เยียร์ !!!!!

(มีเอคโค่เยอะหน่อย .. ชอบ 5 5 5 5 5 5 5 5 +)

ปล. ขอบคุณพี่ส้ม กะบอย นะคับ ที่ช่วยตั้งกะเมายันสร่างเมาเลย .. อิอิ

บ๊าย บาย ปี 2008 เจอกันปีหน้าคับ

.

.

วันศุกร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2551

" อด " ... " ทน "

.

.

ไม่มีใครเข้าใจความรู้สึกเราได้ดีเท่าตัวเรา

คนที่จะเคียงข้างและให้กำลังใจจนลมหายใจสุดท้ายของชีวิต

..... ก็ยังจะเป็นตัวเราคนเดิมอยู่ดี .....

มนุษย์ทุกคน ... ถ้าไม่โดนกับตัว

จะไม่มีวันพยายามเข้าใจเลยว่า

ความรู้สึกเจ็บปวดแม้เพียงเล็กน้อย

มันสามารถสร้างรอยแผลที่กว้าง ..

และกร่อนพื้นที่ในหัวใจได้ไม่มีวันสิ้นสุด

เวลาแห่งการล้มลุกคลุกคลาน ..

มันเป็นโอกาสดี ที่จะพิสูจน์ทุกคนที่อยู่รอบข้าง

ถ้าหากไม่มีแม้ซักมือแตะไหล่

ไม่มีแม้เสียงกระซิบให้เราลุกขึ้นสู้

จงก้มหน้ายอมรับ ... กัดฟันยิ้มให้ตัวเองเถอะ

.

.

แต่หากในขณะที่ล้มลงนั้น

บังเอิญรู้สึกได้ถึงความอบอุ่น

ไม่ว่าจะเป็นสัมผัสจากสิ่งใดก็ตาม

รำลึกเอาไว้เสมอ ... ว่าเป็นโชคดีเท่าไหร่

.. เพราะนั่นแสดงให้เห็นว่า ..

..... คุณไม่ได้อยู่บนโลกนี้เพียงลำพัง .....

อดทนไว้ ....

อย่าเพิ่งท้อ ... ซะก่อนล่ะ

.

.

.

.

.

วันพุธที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2551

คนที่ ... ไม่เข้าตา

.

.

หน้าที่แล้ว

สงสัย ... ว่าทำไมใครต่อใคร

ชอบเข้าไปร้องไห้ในห้องน้ำ

วันนี้ .... เข้าใจแล้ว

เพราะมันเป็นที่เดียว

ที่เราจะปล่อยให้น้ำตามันทะลักทะลวงออกมาแค่ไหนก็ได้

..... โดยไม่ต้องอายใคร .....

.

.

.

ขอโทษ .... ที่ลูกเป็นคนดีกว่านี้ไม่ได้

ขอโทษ .... ที่ทำให้ผิดหวังเสมอมา

ขอโทษ .... ที่ไม่เคยเข้าใจ

.

.

.

.

.

เสียใจที่สุด ...

พยายามเท่าไหร่ ..มันก็ไม่พ้น 2 คำ

" ตัวคนเดียว " ..... " เอาตัวไม่รอด "

ตัวคนเดียว ... แปลว่า ไม่มี ครอบครัว

เอาตัวไม่รอด .... แปลว่า ไม่มี ปัญญา

..... ใช่มั้ย ? .....

แค่เลือกที่จะไม่จากไปก็เพราะ

... " รักมากที่สุด " ..... ตะหาก

.

.

ไม่มีที่ยืน ...สำหรับคนที่เคยทำผิด

.

.

.

ขอน้ำตาไหล..อีกแป๊บ .....

.

.

ถึง ลูกมู๋

ถ้าตะเองมาอ่านแล้ว อย่าโกรธโอเลยนะ

ที่วันนี้ไม่ได้เล่าให้ฟัง .....เค้าแค่

ไม่อยากให้ตะเองเห็นว่า ..โออ่อนแออยู่เรื่อย

มันดูไม่สมกับเป็นคนที่พูดว่าจะคอยปกป้องตะเองเลย

แต่อยากให้รู้ว่าทุกเวลาที่เกิดปัญหา

มดส์เป็นคนที่ผมคิดถึงมากที่สุด .....

ขอบคุณนะ ..ที่ถึงแม้จะชอบหงุดหงิดใส่

แต่ก็เช็ดน้ำตาให้โอทุกที ...ขอบคุณจริง ๆ

โอรักมดส์นะ

.

.


วันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2551

เรื่องชาวบ้าน

.

.

เย้ ๆ ๆ ๆ ๆ ..... !!!!!

ยินดีต้อนรับวันสุดท้ายของการทำงานสำหรับอาทิตย์นี้

อิ อิ .......

วันนี้ออฟฟิศเงียบเหงาชอบกล

พี่ ๆ ประชุมกันตั้งกะเช้า

เหลือแต่พวกเราตัวเล็ก ๆ นั่งเฝ้าโทรศัพท์กันต่อปายยยยย

บรรยากาศเงียบ ๆ เย็น ๆ แบบนี้

ชวนให้มีอารมณ์ยิ่งนัก ....

อารมณ์อยากจะเขียน ... อารมณ์เรื่อยเปื่อย

.

.

มีเรื่องสะเทือนใจไปหนึ่งเรื่องถ้วนเช้าวันนี้

ขณะปล่อยอารมณ์ให้ไหลไปกับสายน้ำ

ได้ยินเสียง ตึ้ก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ปึ้ง !!!! โฮฮฮฮฮ . . . . . . .

__*__ .....

ซักพัก ... ตามด้วยความเงียบ

และตามด้วยเสียงกดโทรศัพท์ .... แล้วก็ปล่อยโฮอีกรอบ

(มันอะไรกันนักหนาวะ ... ให้กุออกไปก่อนไม่ได้รึ !!)

15 นาที .... กว่าจะนั่งฟังจบ ..... และ

โกยเอาความกล้าหาญอันน้อยนิด

ทำตัวลีบ ๆ ... ค่อย ๆ แหวกหลืบประตูส้วมออกมา

... กลับถึงโต๊ะโดยสวัสดีคับ ....

มีคำถามติดมาจากชักโครก 2 ก้อน

1. ทำไมถึงต้องไปร้องไห้ในห้องน้ำกัน

2. และทำไม ต้องเป็นกุที่เจอแจ๊คพอตรายการนี้ทุกที

เรื่องที่ได้ยินมาก็ ... ความรัก

พี่คนนั้นบังเอิญรู้ว่า .... คนรักที่อยู่ด้วยกันมาเกือบ 5 ปี

ตลอดเวลายังรักยังคิดถึงแต่คนเก่า

และพยายามหาโอกาสติดต่อกันอยู่เสมอ

ตอนนี้คุณแฟนก่าเลิกกับแฟน

และยอมที่จะกลับมาคบกับผู้ชายคนนี้เหมือนเดิม

สะเทือนใจเพราะ ... ประมวลจากเสียงร้องไห้ปนกับเสียงพูด

ผู้ชายคนนั้นบอกเลิก .... เพื่อที่จะกลับไปคบกับคุณแฟนเก่า

โดยให้เหตุผลว่า ที่คบกันมา 5 ปีเพราะว่า

ตอนนั้นแฟนเค้าทิ้งไปมีคนใหม่ ก็เลยกำลังเคว้ง

ความจริงไม่ได้รักพี่คนนี้เลย ยังรอคนนั้นอยู่เสมอ

และอีกอย่าง เพราะว่าคุณเป็นคนต่างจังหวัด

ที่บ้านไม่ชอบคนบ้านนอก แต่สงสารก็เลยคบ

ไอ้ …..................

ถ้าผมเป็นเพื่อนของพี่คนนี้

คงจะของขึ้นเพราะประโยคสุดท้ายนี่แหละ

ระ ... ยำ ..... มั้ยล่ะ .......

ไม่มีสิทธิจะไปด่า ... คือมันเรื่องของเค้า

แต่กุบังเอิญได้ยิน .....

คนที่ต้องเป็นควายมาตลอดเวลา 5 ปี

เพื่อที่จะมาเสียใจคนเดียวในตอนท้ายที่สุด

ยิ่งกว่าเจ็บปวด .... ฆ่ากันให้ตายไปเลยดีกว่าแมร่ง .....

.

.

.

พี่เค้าคงไม่ได้มาอ่านบล็อคผมหรอก

แต่ถ้ามีโอกาสได้ปลอบใจใครซักคน

ที่กำลังเจ็บช้ำอยู่ตอนนี้ อยากจะบอกว่า

.... มันไม่มีอะไรดีไปกว่า ทำใจ ....

ถึงจะเสียใจมากแค่ไหน แต่ความรัก ก็เป็นแบบนี้

วันที่เราสุข มันก็สุขซะจนลืมว่า

ความทุกข์รอต่อคิวอยู่ข้างหน้า

เวลาที่ทุกข์ ..... มันก็ทุกข์ซะจนนึกไปว่า

จะไม่มีความสุขหลงเหลืออยู่บนโลกใบนี้อีกแล้ว ...

แต่ในถ้าในขาวมีดำ .... ในดำก็มีขาวเสมอ

ในเรื่องร้าย ๆ ที่เกิดขึ้น อย่างน้อย

การที่คนเลว ๆ คนนึงเดินออกจากชีวิตเราไป

เราน่าจะดีใจไม่ใช่เหรอ ?

ที่ต่อไปนี้ ... เราจะมีโอกาสให้คนดี ๆ เดินผ่านเข้ามา

เพราะถ้าไอ้เควี่ยนี่ยังเกาะกินชีวิตคุณต่อไป

เค้าอาจจะพลาดโอกาสพบคนที่มีรักแท้

คนดี ๆ ที่ใช้หัวใจรักในสิ่งที่คุณเป็น

ไม่ใช่รักเป็น “สันดาน”

รักด้วยหัวใจ แตกต่างกับ รักด้วยสันดาน ยังไง ....

รักด้วยหัวใจ ... คนที่เคยสัมผัสจะเข้าใจได้ดี

ความอบอุ่น ความอ่อนโยน .... เหมือนน้ำหล่อเลี้ยงหัวใจ

ความรักที่แท้จริงจะเติมเต็มรอยต่อระหว่างใจ 2 ดวง

ให้หลอมรวมกันเป็นหนึ่ง ....

และพร้อมจะจูงมือไปในเส้นทางสายเดียวกัน

ไม่ว่าทั้งสองจะต่างกันสุดขั้ว ....

หรือเหมือนกันสุดติ่ง .....

ให้ทะเลาะจนเกือบตีกันตาย ... สุดท้ายแล้ว

ความรักจะผูกเค้าสองคนให้ไม่คิดแยกจากกันไปไหน

แต่ไอ้ที่บอกว่า รักด้วยสันดาน

ไม่อยากอธิบาย ..... แต่เป็นประเภทที่

พอเห็นการกระทำของมันแล้ว

มันอดไม่ได้ที่จะสบถออกมาในใจว่า .... ไอ้สันดาน

ยกตัวอย่างไอ้เควี่ยเมื่อเช้า ...

เพราะไม่ว่าตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันจะดีแค่ไหน ....

แต่สุดท้ายแล้ววันที่มันจะไป

แค่ไม่ได้เกิดใน กรุงเทพ มันก็เอามาเป็นข้อเสียได้

..... สันดานจริง ๆ .......

.

.

โอ๊ะ ... โหมดหลุด .....

ยังไงก็เป็นกำลังใจให้ทุกคนก็แล้วกันคับ

ใครทำไม่ดีเวรกรรมก็จะสั่งสอนให้รู้สำนึกในซักวัน

ส่วนใครที่ทำดีแล้ว ... รักษาความดีไว้ตลอดไปคับ

สังคมเลว .... ก็เพราะคนดีท้อแท้

โลกเราจะย่ำแย่กว่านี้ ... ถ้าทุกคนเห็นแก่ตัว

การทำอะไรโดยนึกถึงแต่คนอื่น บางทีมันก็ฝืนใจตัวเอง

แต่ถ้าทุกคนระลึกถึงความดีที่คนอื่นทำให้เราอยู่เสมอ

มันก็จะเป็นลูกโซ่ที่คอยผลักดันให้ทุกคนอยากทำแต่สิ่งดี ๆ

ซีเรียสไปแล๊นน ..... มาเรื่องนี้ได้ยังไงฟระ ?????

เอาเป็นว่า ... ใจเขาใจเรา

อยากได้ดี ก็ต้องทำแต่ความดี ......... เน๊อะ !!!

^________________________^

.

.

.

วันพุธที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2551

กระดาษห่อของขวัญ

.

.

วันนี้มีคนถาม ...

ว่าเดี๋ยวนี้ไม่เขียนหนังสือแล้วเหรอ

อยากจะบอกว่า ....

แค่ทำงานแต่ละวันให้ลุล่วงไปด้วยดี

ตะคริวก็ผลัดกันแดรกทั้ง 10 นิ้วอย่างสนุกสนานแล้วคับ

.

.

.

วันนี้ฤกษ์งาม .. หัวหน้าประชุม

ไถหัวมาระบายความใคร่(จะเขียน)ใส่หน้า A4 ด๊วนนนน !!!

.

.

ว่าแล้วมันเป็นกรรมเก่า

โลกทั้งใบแมร่งเป็นอนิจจัง

พอนิ้วสัมผัสแป้นพลันทุกสิ่งที่คิดไว้

กระเจิดกระจายหายไปในบัดดล ... ลมปราณแตกซ่านอีกระกุร์

เจ๊ดตะม่อน ....

ตอนแรกกะว่าจะมาเล่าอะไรให้ฟัง

นึกไปนึกมา ... เรื่องอยากเล่าเยอะไปหมด

เดี๋ยวเขียนยาวจบไม่ทันหัวหน้าออกจากห้องประชุม

..... เก็บไว้ก่อน .....

แล้วก็นึกว่า จะลองเขียนเรื่องอะไรแปลก ๆ แหวกแหนดูบ้าง

อ่านว่า แหวก – แน๋ ( เอามาจากอิน้องโก้ )

มันบอกว่า แหวกแนว ธรรมดาไปแล้วพี่

แหวก แหน๋ .... ได้อารมณ์กว่า

มันต้องเป็นภูติแม่น้ำโขงปลอมตัวมาแน่ ๆ ...... ไอ้นี่

.

.

.

วันนี้อ่านไดเพื่อนพิม พูดถึงเรื่องหนัง

ได้ไปดูองค์บาก 2 มาเหมือนกัน

ออกจากโรงทำหน้าพิศวงกัน 2 คน

.. หนังจบแล้วเหรอ ? ... แล้วองค์บากยังไงอะ ?

นั่งหลบตีนจาพนมทั้งเรื่องเลย

ลืมไปว่าไม่ได้ดูหนัง 3 มิติ ..... หุ หุ

แต่ก็สะใจดีนะ ... ใครที่ชอบดูหนัง ถีบ ตี ต่อย แบบนี้

ถ้าทำเป็น 3 มิติจริง ๆ ก็ดี .... แบบมีตีนยื่น ๆ ออกมาด้วย

จะได้เข้าใจความรู้สึกเวลาโดนตีนจาถีบหน้า

..... เป็นการเข้าถึงอารมณ์ภาพยนต์ในอีกแบบ .....

โปรแกรมหน้า ...

จะจูงข้อเท้ากันไปดู Happy Birthday

ฟังเรื่องย่อแล้วอยากดู .....

อยากได้กระดาษห่อของขวัญ

.

.

แล้วก็ทำให้นึกถึง กระดาษห่อของขวัญสีทอง

อาจจะมีใครที่เคยผ่านตาเรื่องนี้จากฟอร์เวิร์ดเมลล์มาบ้าง

จะขอเล่าแบบย่อ ๆ แล้วกัน

ชายคนหนึ่ง ... ลงโทษลูกสาววัย 5 ขวบ

ที่นำเงินไปซื้อกระดาษห่อของขวัญสีทองราคาแพง

ในภาวะการเงินในบ้านฝืดเคือง

และเขาต้องอารมณ์เสียอีกครั้ง

เมื่อลูกสาวของเขานำกระดาษนั้น

มาห่อกล่องของขวัญเพียงเพื่อตกแต่งต้นคริสต์มาส

แต่กระนั้น .. ในเช้าวันรุ่งขึ้น

ลูกสาวตัวน้อยได้มอบกล่องของขวัญสีทองนั้นแด่พ่อของเธอ

ชายผู้นั้นกระอักกระอ่วนใจยิ่งนัก

กับอาการที่ได้แสดงออกไปก่อนหน้านี้

แต่อารมณ์โกรธก็พุ่งขึ้นอีกครั้งเมื่อพบว่ามันเป็นเพียงกล่องเปล่า

เขาตวาดอย่างเกรี้ยวกราดว่า

“ลูกไม่รู้หรือว่าการจะให้ของขวัญใคร จะต้องมีอะไรในกล่องนั้นด้วย”

เด็กน้อยมองพ่อของเธอทั้งน้ำตา และพูดว่า

“พ่อจ๋า มันไม่ใช่กล่องเปล่าเลย”

“เพราะหนูเป่าจูบเข้าไปจนเต็ม”

ชายคนนั้นสะอึก ตัวชาด้วยความเสียใจ

เขาทรุดตัวลงโอบกอดลูกสาวไว้แน่น

ขอให้ลูกสาวยกโทษให้กับท่าทางโกรธเกรี้ยวเกินเหตุของเขา

ต่อมาไม่นาน ...

อุบัติเหตุได้คร่าชีวิตลูกสาวของเขาไป

ว่ากันว่า เขาเก็บกล่องของขวัญสีทองล้ำค่านั้นไว้ข้างเตียง

ตลอดชีวิตของเขาเลยทีเดียว .....

และยามใด ที่เขาท้อแท้ใจ หรือเผชิญปัญหายากเย็นแสนเข็ญ

เขาจะเปิดกล่องของขวัญนี้

บรรจงหยิบจูบในจินตนาการขึ้นมา 1 จูบ

แล้วรำลึกถึงความรักของลูกน้อย

ที่ได้ตั้งใจใส่จูบนั้นไว้ให้กับเขา .......

.

.
กล่องของขวัญสีทองนั้น จะไม่มีค่าใด ๆ เลย

หากผู้เป็นพ่อตั้งมาตรฐานของขวัญด้วยคุณค่าทางวัตถุ

แต่ความรักที่ปราศจากเงื่อนไขของลูกน้อย

กลับยิ่งทวีคุณค่า ..... เมื่อวันที่เจ้าของกล่องนั้นต้องจากไปไกล

.

.

.

คุณล่ะ ..... เคยได้รับกล่องของขวัญสีทองจากใครบ้าง

แล้วคุณ ... เคยมองเห็นคุณค่าของสิ่งที่บรรจุไว้ภายในกล่องนั้นแค่ไหน?

กล่องเปล่าใบนั้นไม่ได้มีคุณค่า .. ด้วยกระดาษห่อที่ดูหรูหรา

ของขวัญชิ้นนั้นไม่ได้มากคุณค่า … เพราะราคาค่างวดที่สูงลิ่ว

แต่กล่องใบนั้น คือสิ่งที่มีค่ายิ่งกว่าสิ่งใด ๆ ในโลก

ด้วยเหตุเพราะเราสัมผัสได้ถึงความปรารถนาดีที่บริสุทธิ์

ของขวัญที่อวลฟุ้งไปด้วยความรัก ..... ถึงแม้จะมองไม่เห็นด้วยตา

คนรับต่างหากคือผู้ที่กำหนดคุณค่าของสิ่งนั้น

.

.

สำหรับใครก็ตามที่อ่านมาถึงตรงนี้

ผมอยากให้คุณลองนึกทบทวนดูให้ดี

กลับไปยังที่ที่คุณเก็บกล่องของขวัญสีทองกล่องนั้น

หยิบมันออกมาแล้วรำลึกถึงความรักที่ผู้ให้บรรจงมอบกับคุณ

ไม่ต้องขอบคุณคนที่ให้คุณหรอก

คำขอบคุณ ไม่ได้มีค่ามากไปกว่า

การที่คุณแสดงให้เขารับรู้ ...

ว่าคุณยังจำของขวัญชิ้นสำคัญภายในกล่องนั้นได้

และคุณค่าของมันยังคงเบ่งบานในความรู้สึกของคุณเสมอ

.

.

ยาวไปแล้วนะวันนี้

ไม่ได้เขียนนาน ... เขียนทีคุ้มเลย

กลัวแต่ว่า ..... คนอ่านจะขี้เกียจซะก่อนเนอะ

อิ อิ .........

เขียนตั้งกะหัวหน้าเข้าประชุม จนจะเลิกงานพอดี

จะไปเตรียมตัวเก็บข้าวเก็บของกลับบ้านละ

วันนี้ต้องกลับไปซักผ้า ... 1 กระบุงถ้วน

อาทิตย์หน้าวันพฤหัส แพลนไว้ว่าจะไปดูไฟกะที่รักส์

ไม่รุ้จะผิดแผนอีกรึเปล่าน๊ออออ ..... __*__

ชอบคริสต์มาสจังเลย ..... สงกรานต์ก็ชอบนะ

ชอบทุกเทศกาลรื่นเริง ...

เพราะมันทำให้วันแย่ ๆ ดูมีชีวิตชีวา

ใครวางแผนปีใหม่จะไปทำไรกันมั่ง

เข้ามาแนะนำผมกะนู๋มดส์มั่งจิ ..... หิ หิ

เผื่อจะเปลี่ยนแผนเดิม 5 5 5 5 5 5 5 5 5 5 +

.

.

.

ไปแล้ว ๆ ..... อย่าลืมนะคับ

มองเห็นคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่เถอะ

ผมเชื่อว่าทุกคนมีกล่องของขวัญสีทองกันทั้งนั้น

อย่าปล่อยให้คนที่มอบกล่องให้คุณต้องท้อแท้

เพราะการไม่เห็นคุณค่านั้นเลย

.

.

.

.

[ ฝากบอกเด็กผู้ชายตัวเล็ก ๆ คนนั้นด้วยนะ ]

กล่องของขวัญกล่องนั้นชั้นให้นายไป

จนตอนนี้นายตัวโตเบ้อเร่อ ... และทิ้งกล่องนั้นไปแล้ว

แต่คนอีก 2 คน .... ที่แม้นายจะทิ้งกล่องนั้นลงตรงหน้าเค้า

ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ... ทั้งคู่ก็ยังยืนยันที่จะมอบกล่องนั้นให้นายต่อไป

ชั้นเสียใจ .... มันไม่เท่าไหร่

แต่ 2 คนนั้น ..... มันยิ่งกว่าความเสียใจหลายร้อยเท่า

เลิกทำร้ายเค้า .... แล้วกลับมาเป็นเด็กน้อยคนเดิมของท่านเถอะ

.

.